คราวนี้ไม่เบี้ยว!”เควิน”ยันมารายงานตัวยู-23แน่นอน

 

เควิน ดีรมรัมย์ ยืนยันจะมารายงานตัวกับทีมชาติไทยชุดยู-23 แน่นอน แม้ล่าสุดยังมีปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวน

แหล่งข่าวจากการท่าเรือ เอฟซี ยืนยันกับ THSPORT ว่า เควิน ดีรมรัมย์ แบ็คซ้ายจอมบุก ยืนยันจะไปรายงานตัวทีมชาติแน่นอน แม้จะมีอาการบาดเจ็บมาตั้งแต่ปลายฤดูกาลที่ผ่านมา และตอนนี้ต้องแยกซ้อมกับทีมท่าเรืออยู่ก็ตาม เพื่อแสดงให้เห็นว่าเขาต้องการเล่นให้ทีมชาติไทย ไม่ได้ป่วยการเมืองอย่างที่หลายๆ คนคิด และจะให้ทีมแพทย์ของทีมชาติไทยประเมินอาการบาดเจ็บของเขาอีกทีว่าไหวหรือไม่ ตอนนี้กำลังซ้อมเรียกความฟิตอยู่ ยังไม่ได้ซ้อมกับลูกบอลเลย

สำหรับดาวเตะวัย 22 ปี เจอกระแสโซเชียลเล่นงานอย่างหนัก จากการที่มักจะถอนตัวจากทีมชาติไทยเป็นประจำยามมีชื่อเรียกไปติดทีม จนถูกตั้งคำถามว่าเจ็บจริงหรือแกล้งเจ็บเพราะไม่ต้องการมารับใช้ทีมชาติ

 

สนใจเว็บพนันออนไลน์ยักษ์ใหญ่กดที่นี่

“ทัพช้างศึกยุทธหัตถี” คว้ามิดฟิลด์ดีกรีทีมชาติสิงคโปร์ “ซูลฟาห์มี่ อารีฟิน” สบทบโควต้า อาเซียน สุพรรณบุรี เอฟซี เปิดตัว ซูลฟาห์มี่ อารีฟิน กองกลางทีมชาติสิงคโปร์มาเสริมทัพเรียบร้อยแล้ว โดย ซูลฟาห์มี่ อารีฟิน

สุพรรณบุรี เอฟซี เปิดตัว ซูลฟาห์มี่ อารีฟิน กองกลางทีมชาติสิงคโปร์มาเสริมทัพเรียบร้อยแล้ว โดย ซูลฟาห์มี่ อารีฟิน ได้ร่วมลงซ้อมกับสุพรรณบุรี เอฟซีเป็นมื้อแรก หลังจากผ่านการตรวจร่างกาย โดยตัวเขาเองเคยมีประสบการณ์ค้าแข้งในไทยลีกเมื่อปี 2018 ก่อนที่จะย้ายกลับไปเล่นเอสลีก สิงคโปร์ กับสโมสร เฮากัง ยูไนเต็ด ซึ่งเจ้าตัวลงสนามทั้งสิ้น 20 นัด ยิงได้ 1 ประตู นับเป็นผู้เล่นโควต้า อาเซียนรายที่ 3 ในทัพช้างศึกยุทธหัตถี ต่อจาก แพทริค เดย์โต้ ผู้รักษาประตูทีมชาติฟิลิปปินส์ แพทริค ไรเชลท์ ริมเส้นทีมชาติฟิลิปปินส์ และมิดฟิลด์เชิงรับคนนี้ มีผลงานในนามทีมชาติสิงคโปร์ทั้งสิ้น 22 นัด นับเป็นผู้เล่นใหม่รายที่ 12 ที่ตบเท้าเข้าร่วมทีมสุพรรณบุรี เอฟซี ก่อยลุยศึกไทยลีก ฤดูกาล 2020

อดีตเจ้าของลิเวอร์พูลเผยสาเหตุทำทีมตกต่ำเข้าขั้นย่ำแย่

ทอม ฮิคส์ อดีตเจ้าของร่วม ลิเวอร์พูล ระบุ สิ่งที่ผิดพลาดมากที่สุดในการที่ตนเข้าฮุบ “หงส์แดง” คือการเอา จอร์จ ยิลเล็ตต์ มาเป็นคู่หู หลังจากทั้งคู่มีความคิดไม่ตรงกัน พร้อมเผย ที่จริงเคยพยายามเขี่ย ยิลเล็ตต์ ไปให้พ้น แอนฟิลด์ เหมือนกัน

 

ทอม ฮิคส์ อดีตเจ้าของร่วมของ ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งวงการ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กล่าวว่าความผิดพลาดที่ใหญ่หลวงที่สุดของตนในตอนที่เข้าซื้อ “หงส์แดง” คือการเลือก จอร์จ ยิลเล็ตต์ มาเป็นคู่หู

ฮิคส์ กับ ยิลเล็ตต์ เข้ามาเทคโอเวอร์ ลิเวอร์พูล ในปี 2007 หลังซื้อหุ้นในส่วนของ เดวิด มัวร์ มาครอบครอง อย่างไรก็ตาม ทีมในยุคของพวกเขาทำผลงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร ซึ่ง “เดอะ ค็อป” หลายคนก็มองว่าทั้งคู่ไม่ได้ให้ความสำคัญในการบริหารสโมสรมากเท่าไหร่ และมักจะตราหน้าทั้งคู่ว่าเป็นปลิงอยู่บ่อยๆ

ฮิคส์ ให้สัมภาษณ์กับ อลัน มายเออร์ส นักข่าวของ สกายสปอร์ตส์ สื่อกีฬาชั้นนำของเมืองผู้ดีว่า “ผมมีความรู้สึกหลายอย่างในช่วงนั้น แน่นอนว่าผมทำพลาดไปบ้าง ที่จริงผมก็ทำเรื่องที่มันดีมากๆ ขึ้นมาเหมือนกันนะ แต่ปัญหาที่ใหญ่หลวงที่สุดของผมก็คือการที่ผมเลือกคู่หูผิด! ผมน่าจะรู้ดีกว่านี้นะ”

“ที่จริงผมรู้จัก จอร์จ ยิลเล็ตต์ มาจากตอนที่เราทำธุรกิจด้วยกันก่อนหน้านั้น ตอนนั้นบริษัทของผมถือหุ้น 85 เปอร์เซ็นต์ ส่วนของเขาถือหุ้น 15 เปอร์เซ็นต์ แต่เขาเป็นคนที่รับมือด้วยไม่ได้เลย ทั้งที่เคยเจอเรื่องแบบนั้นมาแล้วแต่ทำไมผมถึงยังกล้าทำธุรกิจกับหมอนี่ด้วยการแบ่งกันถือหุ้นคนละ 50 เปอร์เซ็นต์อีกเนี่ย ? มันน่าขายหน้าซะจริงๆ!”

“มันน่าหงุดหงิดมากๆ เพราะว่า จอร์จ เองมีปัญหาด้านการเงินตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เขามีปัญหาอื่นๆ เขาไม่ได้มองเรื่องต่างๆ ในแบบเดียวกับผม ในการแบ่งกันถือหุ้นคนละ 50 เปอร์เซ็นต์น่ะ คุณต้องเห็นพ้องตรงกันเท่านั้น (ถึงจะดำเนินการอะไรได้) ไม่อย่างนั้นมันก็จะทำให้คุณอยู่ในสถานะที่แย่ ยกตัวอย่างเช่น ผมน่ะอยากปลด ริค พาร์รี่ (ประธานบริหาร ลิเวอร์พูล ในตอนนั้น) ตั้งแต่แรกเลย แต่ จอร์จ กลับปกป้องเขานานเกินไป ผมคิดว่าเราเสียโมเมนตัมไปเยอะตั้งแต่ตอนนั้น มันเป็นช่วงเวลาที่เกิดเรื่องต่างๆ หลายเรื่องจนน่าสนใจซะจริงๆ!”

นักธุรกิจชาวอเมริกันเสริมว่าที่จริงตนพยายามกำจัด ยิลเล็ตต์ ไปให้พ้นๆ ด้วย แต่ก็ทำไม่สำเร็จ โดยหลังจากโดนถามว่าเขาเคยพยายามเขี่ย ยิลเล็ตต์ ไปให้พ้นจากทีมหรือไม่นั้น เจ้าตัวก็ตอบว่า “ใช่ ผมเคยพยายามทำอย่างนั้น หลังจากผ่านไปเพียงไม่กี่เดือนผมก็รู้ทันทีว่ามัน (การร่วมงานกับ ยิลเล็ตต์) เป็นเรื่องที่ผิดพลาด”

“ที่จริงเราเคยบรรลุขัอตกลงที่จะแยกทางกันได้แล้ว แต่ทุกครั้งที่ผมพยายามหาเงินมาซื้อหุ้นของเขา (หมายถึงการซื้อหุ้นของ ยิลเล็ตต์ มาเป็นของตัวเอง เพื่อทำให้ ยิลเล็ตต์ หมดอำนาจในการบริหารทีมและต้องออกจากทีมไป) มันกลับเกิดเรื่องบางอย่างอยู่ตลอด และเขาเองก็พยายามกำจัดผมเหมือนกัน มันเป็นการร่วมมือกันที่แย่สุดๆ ผมต้องเดินทางไปทั่วย่านตะวันออกกลางเพื่อคุยกับหลายต่อหลายคน ลิเวอร์พูล มีฐานแฟนบอลเยอะเป็นพิเศษในย่านตะวันออกกลาง และมีหลายครั้งที่ผมคิดว่าผมได้พันธมิตรด้านธุรกิจรายใหม่ที่แข็งแกร่งมากๆ รวมถึงเป็นคนที่อาจช่วยให้เราทำแผนงานบางอย่างได้”